ถูกก็เถิดจะเกิดอะไร

ถูกโลกธรรม ก็จงอย่าชื่นขม ถูกทุกข์ทับถม ก็จงอบรมใจ ถูกใส่ร้าย ก็จงอภัยเมตตา ถูกอิจฉานินทา ก็จงวางเฉย ถูกยั่วเยาะเย้ย ก็จงยิ้มรับ ถูกจ้องจับผิด ก็จงคิดบวก ถูกขวากหนาม ก็จงข้ามผ่าน ถูกพวกเล่นงาน ก็จงนิ่งสงบ ถูกน้อมนบคารวะ “ก็จงเจริญๆ”

ถูกโลกธรรม

ถูกโลกธรรม ๙ พอ”กินพอประมาณ พอดีทํางานพอเพียงมีเสบียง พอใช้ แต่งกาย พองาม ความสําเร็จ พอดู ความรู้ พอตัว ความชั่ว พอที่ความดีพอควร២៤“นิรโทษกรรม” นําไปสู่การลบล้างไม่รู้จบ“อโหสิกรรม” นําไปสู่ความสงบสุขสิ้นเวรภัย

บางที่ “ทางออก” ของปัญหา อาจจะอยู่ตรงที่ทางเข้าของ “ปัญหา” ก็ได้ แก้ให้ถูกจุดเกิด มนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลายตรงที่ใช้ “ปัญญา” นี่ล่ะ

២៦“คน” หากไว้ใจเกินไปอาจทําให้เสีย “งาน” “งาน” หากปล่อยเกินไปอาจทําให้เสีย “คน” ฉะนั้น ต้องบริหารคนกับบริหารงานให้พอดีๆ“งานจึงจะเดิน คนจึงจะดี”เกาะช้าความคิด

២៧เมื่อวันเกิดเวียนมาครบแต่ละปี ธรรมะข้อหนึ่งที่ควรปฏิบัติเป็นหลักสากล ก็คือการเทิดทูนพระคุณพ่อแม่ไว้ที่ลมหายใจว่า

“เราคือพ่อแม่ พ่อแม่คือเรา” เพราะมีพ่อแม่จึงมีเรา เราเป็นอนุสาวรีย์ของท่าน ทุกที่ที่มีตัวเราปรากฏ นั่นล่ะที่พ่อแม่อยู่อาศัย หมั่นฝึกระลึกและทําอย่างนี้ จึงนับว่า“ทําบุญวันเกิด”50 เพาะชําความคิด

เมื่อดํารงตนอยู่ในที่สูง สิ่งที่ต้อง “พยุงตน” ให้มั่นคง นอกจากตําแหน่งและอํานาจหน้าที่

นั่นก็คือ “อย่าหลงตน”

២២ “Right, right?” Do not bitter Be depressed, train your heart to be slanderous, forgive mercy Be jealous and gossip, put aside and be taunted, smite, and be watched by the watchdog, think positively, be stumped

២៣ “๙ Enough” eat moderately Fit to work, have enough, have enough supplies, dress well enough, prosperity, good knowledge, enough goodness, good enough Danger
Some of the “exits” of the problem may be at the entrance of the “problem”. Humans are better than all animals that use “wisdom”.
២៦ “People” If too trusting may result in “work”, “work”. If released too much, it may cause a loss. “People” must therefore manage the people and manage the job well enough. “The work will walk. So people will be good. “The island is slowly thinking.
២៧ When the birthday is celebrated each year One dharma that should be treated as a universal principle Is to honor the parents’ grace at the breath that
“We are parents. Parents are us. “Because there are parents, so we have We are your monument. Everywhere where we appear That is where parents live. Keep practicing and remembering this. Therefore counted “Birthday merit” 50 Cultivate ideas
When living in a high place, things must be “supported” to be stable, in addition to positions and authority.
That is “Do not be lost”

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ถูกก็จงเถิดก็จงอย่าชื่นขม

ถูกโลกธรรม ก็จงอย่าชื่นขม ถูกทุกข์ทับถม ก็จงอบรมใจ ถูกใส่ร้าย ก็จงอภัยเมตตา ถูกอิจฉานินทา ก็จงวางเฉย ถูกยั่วเยาะเย้ย ก็จงยิ้มรับ ถูกจ้องจับผิด ก็จงคิดบวก ถูกขวากหนาม ก็จงข้ามผ่าน ถูกพวกเล่นงาน ก็จงนิ่งสงบ ถูกน้อมนบคารวะ “ก็จงเจริญๆ”

ถูกโลกธรรม

ถูกโลกธรรม  ๙พอ กินพอประมาณ พอดีทํางานพอเพียงมีเสบียง พอใช้ แต่งกาย พองาม ความสําเร็จ พอดู ความรู้ พอตัว ความชั่ว พอที่ความดีพอควร២៤“นิรโทษกรรม” นําไปสู่การลบล้างไม่รู้จบ“อโหสิกรรม” นําไปสู่ความสงบสุขสิ้นเวรภัย

บางที่ “ทางออก” ของปัญหา อาจจะอยู่ตรงที่ทางเข้าของ “ปัญหา” ก็ได้ แก้ให้ถูกจุดเกิด มนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลายตรงที่ใช้ “ปัญญา” นี่ล่ะ

“คน” หากไว้ใจเกินไปอาจทําให้เสีย “งาน” “งาน” หากปล่อยเกินไปอาจทําให้เสีย “คน” ฉะนั้น ต้องบริหารคนกับบริหารงานให้พอดีๆ“งานจึงจะเดิน คนจึงจะดี”เกาะช้าความคิด

២៧เมื่อวันเกิดเวียนมาครบแต่ละปี ธรรมะข้อหนึ่งที่ควรปฏิบัติเป็นหลักสากล ก็คือการเทิดทูนพระคุณพ่อแม่ไว้ที่ลมหายใจว่า

“เราคือพ่อแม่ พ่อแม่คือเรา” เพราะมีพ่อแม่จึงมีเรา เราเป็นอนุสาวรีย์ของท่าน ทุกที่ที่มีตัวเราปรากฏ นั่นล่ะที่พ่อแม่อยู่อาศัย หมั่นฝึกระลึกและทําอย่างนี้ จึงนับว่า“ทําบุญวันเกิด”50 เพาะชําความคิด

เมื่อดํารงตนอยู่ในที่สูง สิ่งที่ต้อง “พยุงตน” ให้มั่นคง นอกจากตําแหน่งและอํานาจหน้าที่นั่นก็คือ “อย่าหลงตน”

Be lonely, don’t be bitter. Be depressed, train your heart to be slanderous, forgive mercy Be jealous and gossip, put aside and be taunted, smite, and be watched by the watchdog, think positively, be stumped

Being worldly ๙ enough to eat moderately, fit, work sufficiently, have sufficient supplies, dress appropriately, prosperity, prosperity, knowledge, enough, evil enough, good enough ២៤ “amnesty” leads to endless annihilation “forgiveness” taken To peace and peace

Some of the “exits” of the problem may be at the entrance of the “problem”. Humans are better than all animals that use “wisdom”.

“People” If too trusting may result in “work”, “work”. If released too much may cause a loss. “People” must therefore manage the people and manage the job well enough. “The work is to walk. So people will be good. “The island is slowly thinking.

២៧ When the birthday is celebrated each year One dharma that should be treated as a universal principle Is to honor the parents’ grace at the breath that

“We are parents. Parents are us. “Because there are parents, so we have We are your monument. Everywhere where we appear That is where parents live. Keep practicing and remembering this. Therefore counted “Birthday merit” 50 Cultivate ideas

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ห่วง ๘ บ่วงถ่วงผู้ปฏิบัติธรรม

๑. “ห่วง” เพราะกังวลสารพัดเพราะสกัดรอยรัวไม่อยู่ ๒. “หา” เพราะแสวงกิเลสจากภายนอกสู่ภายใน ๓. “หิว” เพราะใจอยากเพราะอดไม่ไหวทนไม่ได้ ๔. “โหย” เพราะถวิลหาแต่อดีตและคิดถึงแต่วันพรุ่ง ๕. “หวง” เพราะจิตยึดถือหลงยึดมันไม่รู้จักปล่อยวาง 5. “ห้าม” เพราะงดไม่เป็นเว้นไม่ได้ในกินกามเกียรติ ๗. “ห่าง” เพราะห่างครูบาอาจารย์ไกลจากพุทธธรรม ๔. “หาย” เพราะหายจากการ

ห่วง

“ห่วง” กําหนดจดจ่อต่อเนื่อง”- พระมหาอ้าย ธีรปัญโญดู“ร่ําเรียน” สรรพวิชาจากเขาเราเป็นได้แค่ “ลูกศิษย์ “รู้คิด” ผลิตทําด้วยตัวของเราเราเป็นได้ถึง “จอมยุทธ์” การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบวิถีพุทธนั้น ควรเริ่มต้นที่สํารวจพฤตินิสัยของตนว่า

๑ ปีที่ผ่านมาบกพร่องอะไรบ้าง ก่อนจะเริ่มต้นปีใหม่ก็ควรวางทิศทางชีวิตอีก ๑ ปี ว่าจะนํานาวาชีวิตไปสู่ฝังความสําเร็จอะไรอีกอาจส่งท้ายปีเก่าด้วยการ “ละเลิกสันดานเดิมริเริ่มนิสัยใหม่”หรือเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการ

“คิดดีทุกที่ พูดดีทุกคํา ทําดีทุกขณะ จึงเป็นการเคานต์ดาวน์ที่เข้าธรรมอย่างแท้จริง“๗ ห้องของชีวิต”๑. ห้องนอน ควรให้สบายโปร่งโล่งเหมาะในการพักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มตื่น ๒. ห้องน้ํา ควรให้สะอาดปลอดภัยในการปลดทุกข์เก่าเพิ่มสุขใหม่เป็นประจํา ๓. ห้องอาหาร ควรให้เกิดสุขอนามัยชีวิตและถูกต้องตามหลักโภชนาการ ๔. ห้องทํางาน ควรให้สะดวกต่อการทํางานอย่างรื่นรมย์ราบรื่นเรียบร้อย ๕. ห้องบันเทิง ควรให้สนุกสนานมนันทนาการตามกรอบวิถีครอบครัว ๖. ห้องพระ ควรให้สงบเป็นสัปปายะต่อการเจริญสติมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ๗. ห้องใจ ควรให้จิตตื่นรู้เบิกบานด้วยแสงแห่งพุทธธรรมอยู่ทุกโมงยาม

២០“ใช้ให้คุ้ม”ใช้ลมหายใจ ให้คุ้มค่า ใช้เงินตรา ให้คุ้มทุน ใช้บุญคุณให้คุ้มครอง ใช้มันสมองให้คุ้มหัว ใช้ตัวพึ่งตนให้คุ้มกัน ใช้หลักประกัน ให้คุ้มภัย ใช้ประชาธิปไตย ให้คุ้มชาติ ใช้อํานาจหน้าที่ ให้คุ้มสิทธิ์ แต่อย่าใช้ “ชีวิต” แบบ “คลุ้มคลั่ง”

២១นั่งสมาธิภาวนา อย่าปรารถนา “เห็น” อะไรอื่นเลยนอกจากเห็น “ความจริง” ที่ปรากฏอยู่ ตั้งอยู่ ดับอยู่อย่างนั้น นับว่าเป็นการเห็นที่ “วิเศษ” ที่สุดแล้ว

“๘ Cluttering the practitioners”
1. “Worried” because of all the worries because of not being able to extract marks. 2. “Finding” because of seeking the passion from the outside to the inside. 3. “Hungry” because the heart wants because it cannot be tolerated. And think of tomorrow . “Lost” because of missing from “Set to focus continuously” –

Phra Maha Ai Thirapunyo looks at “learning” from his department. We can only “disciples” know and think “produce with our own. that Should start with the survey of his behavior
1 year ago, what are the shortcomings? Before the beginning of the new year, the direction of life should be set for another year that will bring life to bury any success. May end the New Year by “Give up the original nature, start a new habit” or start the new year by “Thinking everywhere. Say good. Every word is good every moment. It is a count.
Downs that are truly justified

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คารวะมือครู คำสื่อความหมาย

๑. มือปรุง : ปรุงคําสอนให้ถูกจริตนิสัย ๒. มือป้อน ป้อนคําคิดให้กล้าตัดสินใจ ๓. มือปั้น ปั้นคนเก่งให้บริการสังคม ๔. มือปราบ : ปราบคนชั่วให้กล้ากลับใจ ๕. มือเปิด เปิดโอกาสทองให้ทิศทางชีวิต ๖. มือปรบ : ปรบสติสังคมให้ตื่นมาดูแลใจ ๗. มือป้อง ป้องกันภัยให้รอบทิศทาง ๘. มือเปลี่ยน : เปลี่ยนระบบงานให้เข้าระบอบคน ๔. มือปิด ปิดปัญหาให้เข้าสู่ “ปัญญาธรรม” “เมื่อต้องเจอ”อย่าสิ้นพลัง อย่ายอมแพ้ อย่าหวั่นไหว อย่าสยบ อย่าตอกย้ํา อย่าให้คุณค่า

มือปรุง

มือปรุง เมื่อต้องเจอความท้อแท้ เมื่อต้องเจอปัญหาน้อยใหญ่ เมื่อต้องเจอคลื่นกระทบ เมื่อต้องเจอสิ่งอยุติธรรม เมื่อต้องเจอคนล้มพลาดท่า เมื่อต้องเจอคนพาลไร้สติ9อย่าอวดทิฐิ เมื่อต้องเจอคําปราชญ์เตือน อย่าสูญสิ้น อย่าลืมเลือน ๆ เมื่อต้องเจอผู้เคยอุปการคุณเมื่อต้องเจอสิ่งไม่ได้ดังหวัง อย่ารีบตอบ อย่าเกลียดชัง เมื่อต้องเจอคนที่ไม่ชอบ อย่าอ่อนหัด

เมื่อต้องเจอสิ่งที่ไม่รู้ชัด เมื่อต้องเจอ“งานจริง”“สําคัญที่ใจ”ใจร้อน ทําให้เกิดกรรมเวร ใจเย็น ทําให้เกิดความนิ่ง ใจจริง ทําให้พบเพื่อนรักใจยักษ์ทําให้คนห่างหนี ใจดี ทําให้เจอความสุข ใจทุกข์ ทําให้เสียน้ําตา ใจกล้า ทําให้คนสู้ชีวิตใจอํามหิตทําให้ชะตาตกต่ํา ใจงาม ทําให้เจริญด้วยคุณ ใจบุญ ทําให้สังคมน่าอยู่ทําให้คนไม่ประมาทใจขาดทําให้หมด “ลมหายใจ”

“พระที่แท้จริง”พระไม่โลภไม่กินคือพระในโบสถ์ พระไม่โกรธไม่ชังคือพระพุทธเจ้าพระไม่บูดไม่เน่า คือ พระธรรม พระไม่ชําไม่เสีย คือ พระอริยสงฆ์ พระไม่หลงไม่โง่ คือ พระสติปัญญา พระไม่ด่าไม่ดี คือ พระเมตตาคุณ พระไม่สูญไม่สิ้น คือ พระบิดามารดา  “เป็นให้ดีเป็นผู้นํา ทําอะไรก็ต้องคิด เป็นบรรพชิต เห็นอะไรก็ต้องพิจารณา เป็นครูบาอาจารย์ พูดอะไรก็ต้องระวัง

เป็นดาราคนดัง เป็นประชาชน เป็นบุตรธิดาไปที่ไหนก็ต้องแคร์หมู่คน อาชีพอะไรก็ต้องเคารพกติกา อยู่ที่ไหนก็ต้องกตัญญพ่อแม่เป็นคนดีแท้พูดคิดทําอะไรก็ต้องมีสติ

“อย่าไป”อย่าไปคิดมาก ตราบวันนี้ยังมี “ลมหายใจ” อยู่อย่าไปเพ่งดูคนอื่น ตราบยังไม่รู้ “ทิศทางไป” ของตนอย่าไปสนคํานินทา ตราบที่เราไม่ได้เป็น “ดั่งเช่น” เขาลือเล่าอย่าไปป่าวประกาศ ตราบใดที่ยังไม่ “รู้แจ้งชัด” ในความจริงอย่าไปทิ้งเป้าหมาย ตราบที่ยังไม่ได้ใช้ “ความเพียร” พยายาม สร้างความไม่ถูกต้องบนความถูกใจจัก “อัปรีย์” บรรลัยในทุกที่ สร้างความถูกใจบนความถูกต้อง จัก “สวัสดี” มีชัยในที่ทั้งปวง

พยายาม “มอง” สิ่งรอบข้างบ้าง จะได้เห็นความ “ว่าง” ของอีกด้านหนึ่ง เพราะชีวิตนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ “ข้าง” เดียว “หลง”หลงทิศ ทําให้เสียเวลา หลงมายา ทําให้เสียจริต หลงผิดทําให้เสียคน หลงกล ทําให้เสียตัว หลงชั่วทําให้เสียใจ หลงใหล ทําให้เสียชาติ หลงอํานาจ ทําให้เสียสัจจะ หลงเสน่ห์ ทําให้เสียเชิง หลงระเริง ทําให้เสียสติ หลงอคติ ทําให้เสียโอกาส หลงประมาท ทําให้เสียธรรมทําให้เสียภาวะผู้นําหลงตาม 90“กรรมจริงๆ”ชาวบ้านเห็นแก่กิน นักการเมืองเห็นแก่โกง ข้าราชการเห็นแก่ เกียรติ นักปราชญ์เห็นแก่..กาม นักบวชเห็นแก่กทุกอย่างเลย “กงเกวียนกําเกวียน” ไฟที่ “จุด” เทียน เป็นบทเรียนสอนให้เรารู้ว่าสรรพชีวีเกิดมาแล้ว“ล้วน”มีความ“ดับ” เป็นที่สุด ๑๒“ถือ”ถือพวก ทําให้เสียข้าง ถือหาง ทําให้เสียหัว ถือตัว ทําให้เสียธรรม ถือตามทําให้เสียหลัก ถือศักดิ์ ทําให้เสียอิสระ ถือวิสาสะ ทําให้เสียนิสัย ถือฤกษ์ชัย ทําให้เสียเวลา ถือซะว่าทําให้ได้ “ปลง”

ดูหากผู้ใดใครคนหนึ่ง ประสงค์จะกตัญญูต่อพ่อแม่หรือใครๆ ที่เราปรารถนาอยากแสดงความดีตอบ “อย่ารอวัน อย่ารอว่าง อย่ารอรวย”เพราะทุกอย่าง “มันไม่แน่”

๑๔อยู่ใกล้นักปราชญ์ ไม่ฉลาดเลือก “ธรรมมงคล” กลับไปสนใจแต่ “วัตถุมงคลมัวแต่พากันค้นหาของขลัง และมัวแต่นั่งส่องพระภายนอกอยู่นั้น “พระภายในคือสติปัญญา” ไม่พากันค้นเอา“ความหลุดพ้น” จะมีได้อย่างไร

1. Hand-cooked: cook words to be mindful. Habits 2. Hand-feeders enter the mind to make decisions. 3. Hand-crafted people to serve society. 4. Buster: Conquer evil people to brave. 5. Open hands, open opportunities. Gold gives direction to life 7. Hand flap: Awake social consciousness to wake up to take care of your mind 6. Protect hands to prevent danger in the direction 6. Change hands: change work system to people “When I have to meet” Do not shake the powerful, never give up, do not beat reaffirms do not provide value.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เสน่ห์ของการคิดสั้นๆคํานําผู้เขียนสื่อความหมาย

เสน่ห์ของการคิดสั้นๆ ก็คือ การไม่ทันตั้งตัวได้คิดยาวๆ แต่การฝึกคิดสั้น ก็ใช้เวลาเดินทาง นานกว่าการคิดยาวเป็นไหนๆ
ลงทุนเพาะชําความคิด ผลผลิตที่งอกเงยออกมาจากสมอง กลับกลายเป็นต้นกอแห่งปัญญาน้อยๆ ความคิดแม้นไม่มีเสียง แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนโลกได้ เพาะชําความคิดดีๆ ไว้ วันหนึ่งคนตายจากไป แต่ธรรมอยู่เป็นอมตะภาพหนึ่งภาพ สามารถบรรยายได้หลายร้อยพัน เรื่องราว อยู่ที่ว่าเราใช้ตาดูหรือใช้หูฟัง ทว่าทุกครั้งที่มองเห็นภาพ หรือฟังธรรมชาติพูดบ้าง ใจของเรามักสัมผัสความรู้สึก บางอย่างได้เสมอ

เสน่ห์ของการคิดสั้นๆ 

เสน่ห์ของการคิดสั้นๆ  อันความคิดมนุษย์นั้น ช่างเป็นสิ่ง มหัศจรรย์แท้ เพราะความคิดนี้สามารถผลิตต่อม ความสุขก็ได้ สร้างบ่อความทุกข์ก็ได้ สร้างแรง บันดาลใจให้คนเดินตามก็ได้ ถ้าจะเปรียบเพาะชํา ความคิด ก็เหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งชื่อว่า “ต้นสัจธรรม เหล่ามนุษย์พากันค้นพบอยู่บนผืนนาโลก ต่างคน ก็เลือกเก็บเอาสิ่งที่ชอบ บางคนเก็บเอาเปลือก บางคน เก็บเอายอด บางคนเก็บเอากิ่ง บางคนเก็บเอาแก่น ทว่าผู้เขียนขอเลือกเก็บเอาเมล็ดพันธุ์มาเพาะชําไว้ บนผืนนาแห่งสติปัญญา คอยบ่มเพาะใส่ปุ๋ย วันละนิด รดน้ําจิตพรวนดินใจวันละหน่อย ด้วย หวังว่า “เพาะชําความคิดให้ชีวิตในวันนี้ จักผลิดอก ออกผลเป็นต้นปัญญาในวันหน้า”

ขอน้อมกราบขอบพระคุณท่านเจ้าคุณ อาจารย์พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และหัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เจ้าคุณอาจารย์ผู้เป็น คุรุจีแห่งชีวิต ผู้เขียนเป็นหยาดเหงื่อที่ผ่านการเพาะชํา ศรัทธาและปลูกพันธุ์ปัญญาโดยตรงจากท่าน และท่านเป็นผู้ปั้นให้เป็นผลิตชนแบรนด์เนมจาก แผ่นดินพุทธภูมิโดยแท้

คํานําผู้เขียนเสน่ห์ของการคิดสั้นๆก็คือ การไม่ทันตั้งตัวได้คิดยาวๆ แต่การฝึกคิดสั้น ก็ใช้เวลาเดินทาง นานกว่าการคิดยาวเป็นไหนๆลงทุนเพาะชําความคิด ผลผลิตที่งอกเงยออกมาจากสมอง กลับกลายเป็นต้นกอแห่งปัญญาน้อยๆ ความคิดแม้นไม่มีเสียง แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนโลกได้ เพาะชําความคิดดีๆ ไว้ วันหนึ่งคนตายจากไป แต่ธรรมอยู่เป็นอมตะ

ภาพหนึ่งภาพ สามารถบรรยายได้หลายร้อยพัน เรื่องราว อยู่ที่ว่าเราใช้ตาดูหรือใช้หูฟัง ทว่าทุกครั้งที่มองเห็นภาพ หรือฟังธรรมชาติพูดบ้าง ใจของเรามักสัมผัสความรู้สึก บางอย่างได้เสมอขอกราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี พระนักปราชญ์แห่งยุคสมัย ผู้เป็น กัลยาณมิตรโดยธรรมที่เมตตาเขียนคํานิยม เพิ่มค่าควรต่อการชิมอ่านยิ่งนัก, คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อาจารย์หมอผู้ใจงาม ยอมวางมีดหมอ แล้วมากะเทาะเลาะเนื้อจนทะลุถึงกระดูกสัจธรรม ขออนุโมทนาถ้อยคําของคุณสมพงษ์ วรรณภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญในวงการวิทยุโทรทัศน์และเป็นจอมยุทธ์ เขียนหนังสือปรัชญาชีวิตที่มาเติมคํานิยม ชวนเชิญ ให้หนังสือมีรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น

ขออนุโมทนาสํานักพิมพ์ดีเอ็มจี โดย คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ที่ให้ความกรุณาไว้วางใจ เปิดโอกาสหนังสือ “เพาะชําความคิด” มาปลูกบน ผืนตาของนักอ่านทั้งหลาย ขอขอบคุณท่าน พระเอกชัย อรินทโม ที่เอื้อเฟื้อภาพจากคมเลนส์ ด้วยมุมมองส่องถึงแก่นธรรมะสาระภาพ

ขอให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายจงอิ่มอุ่นกับการ ชิมชมภาพ และขอให้จิตซึมซาบถึงสรรพรสแห่งสัจธรรมในเพาะชําความคิดกันทุกคนเทอญ“เพราะรู้ว่าชีวิตมันสั้น และความดีแบ่งปันกันได้

Life is Journeyแต่ละวันชีวิตของคนเรา มักจะมีช่วงจังหวะการเดินทางของความคิดที่เกิดจากเห็นโลกภายนอกแล้วสะท้อนถึงความรู้สึก อันเป็นสัจธรรมภายในอยู่เสมอ“เพาะชําความคิดจึงเป็นผลผลิตจากการเดินทางของกายกับจิต แล้วกลายเป็นความคิดที่ตกผลึกดังเล่มนี้คําคิดทั้งหมดนี้โดยเจตนาประสงค์ ก็เพื่อพร่ําสอนตนเองให้เกิดการตระหนักรู้ในสัจธรรมอย่างรู้เท่ารู้ทัน และมีชีวิตอิสระเรียบง่ายเพื่อเรียนรู้อยู่กับโลกตามความเป็นจริงนั้นเอง

Introduction to the author
The charm of short thinking is to not be able to think long. But practicing short thoughts It takes time to travel Longer than any length of thought
Invest, cultivate ideas The product that grows out of the brain Turned out to be a clump of little wisdom Though not sound But can change lives, change the world Cultivate good ideas. One day, people die. But the Dharma is immortal. One picture Can describe hundreds of thousands of stories that we use eyes to see or use headphones But every time you see the picture Or listen to nature, say something Our hearts often feel the feeling. Always something

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คํานิยม แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์

คํานิยม หากพูดถึงการศึกษาธรรมะ เราอาจนึกถึง ความน่าเบื่อ บางคนมองเป็นเรื่องล้าสมัย ไม่เชื่อมโยง กับสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะการฟังพระสอน ธรรมะมักจะทําให้รู้สึกเช่นนั้น

คํานิยม

คํานิยม จากการที่หมอมีโอกาสติดตามท่านเจ้าคุณ พระเทพโพธิวิเทศไปอินเดียหลายครั้ง ได้มีโอกาส รู้จักและฟังธรรมจากปากพระหนุ่มรูปหนึ่งที่มีวิธี สอนที่ตรึ่งสมาธิคนฟังให้อยู่กับหลักคําสอนของ พระพุทธองค์ได้ตลอดเวลา นอกจากจะสอนผู้ใหญ่ ให้สนุกในการฟังแล้ว ยังสามารถดึงความยากทาง ภาษาในคําสอนให้เข้าถึงจิตใจวัยรุ่น ลูกสาวหมอ ได้มีโอกาสติดตามหมอไปอินเดียสองสามครั้ง พระหนุ่มผู้นี้ คือผู้ที่สามารถตรึ่งสมาธิของเด็กได้ เป็นอย่างดี และเกิดการเพาะชําต้นกล้าแห่งธรรม

โลกในปัจจุบันดิ่งต่ําลงไปเรื่อยๆ การเข้า ถึงธรรมะจึงเป็นเรื่องยากขึ้น ภารกิจในการเผยแผ่

พระศาสนาของพระจึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เรื่องราว ในพระพุทธศาสนาสามารถถ่ายทอดให้ผู้ฟังเกิด ศรัทธา จึงเป็นเรื่องที่ยากตามไปด้วย

พระมหาอ้าย เป็นพระหนุ่มรูปหนึ่งที่ใช้ เวลาศึกษาพระธรรมและพุทธประวัติที่แดนพุทธภูมิ และมีศรัทธายิ่งในพระศาสนา มีพรสวรรค์ในการ ทําเรื่องยากให้ง่าย ทําเรื่องน่าเบื่อให้สนุก ที่สําคัญ ที่สุดคือ ทําให้กลุ่มวัยรุ่นสนใจในพุทธศาสนาเพิ่ม มากขึ้น

หนังสือ “เพาะชําความคิด” ในมือท่าน ผู้อ่านเล่มนี้จะอธิบายสิ่งที่หมออธิบายได้ดี มนุษย์ที่ เกิดในสังคมวัตถุนิยมย่อมยากที่จะเข้าหาธรรมะ การเพาะชําความคิดที่ใฝ่รู้ในธรรม จึงเป็นภาระที่ หนักยิ่งของพระสงฆ์ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะพบ ความน่าสนใจในหลักธรรมจากวิธีเพาะชําความคิด ของพระมหาอ้าย ผู้ซึ่งถ่ายทอดพระธรรมของ พระพุทธองค์ผ่านทั้งวาจาและตัวหนังสือได้เป็น อย่างดี

คํานิยมวันหนึ่งผมได้เดินทางไปประเทศอินเดีย มีโอกาสได้รู้จักกับพระมหาอ้าย ซึ่งมาบรรยาย ธรรม นําสาธุชนไปจาริกแสวงบุญ และมีความ คุ้นเคยกันดีตลอดมา วันนี้ท่านได้จัดทําหนังสือเพื่อ รวบรวมเอาข้อคิดดีๆ มาตีพิมพ์เป็นหนังสือให้ ทุกท่านได้อ่านกันเป็นเรื่องสั้น แต่ใช้เวลาเดินทาง ค้นหาอันยาวนานกว่าจะได้ครบ ๑ เล่ม มีความ เข้มข้นในเนื้อหา ทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อ ชี้นําชีวิต

ตัวอย่างเช่น บทที่ ๕ เป็นให้ดี บทที่ ๙ หลง บทที่ ๑๒ ถือ บทที่ ๑๕ บาง บทที่ ๓๗ อยู่ สบายไปสะดวก บทที่ ๖๓ พุทธพลิกธรรม บทที่ ๗๗ อารมณ์ และยังมีอีกหลายบทความที่น่าอ่าน น่าศึกษา น่าค้นหา ตลอดทั้งเล่ม เหมาะแล้วที่ พระมหาอ้ายได้เจริญรอยตามพระบรมศาสดา เป็นสุข เผยแผ่หลักธรรม เพื่อค้ําจุนหลักคิด ให้ชีวิต

คํานําสํานักพิมพ์ธรรมะมีอยู่ทุกที่ ความดีมีอยู่ทุกขณะ

หากเปรียบเทียบ “ชีวิตมนุษย์” กับ “ต้นไม้ ในปฐมวัย เราทุกคนก็คงไม่ต่างจากเมล็ดพันธุ์ เป็นหน่อเนื้อจากต้นใหญ่ มุ่งเหยียดกายเติบโตใน วิถีของตน เมื่อเข้าสู่มัชฌิมวัย วัยกลางคน ก็แผ่ กิ่งก้านสาขา เป็นร่มเงาให้สัตว์น้อยใหญ่ได้อยู่ อาศัย จนเวลาล่วงเลยก้าวเข้าสู่ชีวิตในบั้นปลาย ใบไม้เริ่มร่วงโรยตามกาล แต่ก็ยังส่งต่อประโยชน์ ให้โลกด้วยเมล็ดพันธุ์ของตน

หนังสือ เพาะชําความคิด เขียนโดย ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ท่านเป็นเมล็ดพันธุ์ แห่งพุทธองค์ เพราะท่านเป็นหนึ่งในพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ที่นําความรู้ความสามารถ ที่ได้เล่าเรียนจนถึงปริญญาเอก และเปรียญธรรม 5 ประโยค พร้อมจิตที่มุ่งสร้างคุณประโยชน์ให้ ถึงที่สุด โดยการทําหน้าที่เป็นพระวิทยากรใน

ดินแดนพุทธภูมิ อุทิศตนทํางานเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ พร้อมเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์ทางความคิดและจิต จน สุกงอมจากสัจธรรมความดีภายใน และสําเร็จผล เป็นการกระทําภายนอก หลอมรวมตกผลึกร่วง เป็น “ปัญญาแห่งชีวิต” ที่พร้อมเป็นเมล็ดพันธ์ อันสมบูรณ์ให้คนรุ่นหลัง หรือผู้อ่านได้นําไปใช้ใน ชีวิตจริง

หนังสือเล่มนี้ท่านใช้เวลามากกว่า ๒ ปี ใน การเดินทางแห่งความเพียร เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ดีที่สุดในชีวิตการทํางานทางด้านการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา โดยมีพระธรรมเป็นมวลมิตรระหว่าง ทาง จนสกัดเป็นคําคมสั้นๆ ที่กระตุกความคิด แต่งดงามในความจริง พร้อมภาพถ่ายที่สะท้อนถึง วิถีชีวิตที่ตื่น รู้ เบิกบาน มีความสุข บนวิถี อันประเสริฐที่มีรสพระธรรมชโลมโอบกอดให้หัวใจ ช่มเย็นทุกหน้าที่คุณเปิด เสมือนได้ร่วมเดินทาง

ไปทุกที่กับ “ภาพและความคิด” ที่ปรากฏใน ดังสือเล่มนี้ และมหัศจรรย์ที่สุด คือเราจะได้ เดินทางกลับสู่ทางภายใน ซึ่งเป็นสถานที่สงบเย็นยิ่งกว่าสถานที่ใดๆ ในโวก

เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาจากหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นสิ่งดีงามที่ส่งต่อ “จากรุ่นสู่รุ่น ด้วย “คําสอน และสัจธรรม” ที่เป็นอมตะของโลก เพื่อเพาะชํา “ต้นกล้าความคิด” ในหัวใจของคุณผู้อ่านให้เจริญ งอกงามสืบไป ดังวลีที่ว่า แม้ชีวิตมนุษย์จะสั้น แต่ความคิดดีงามจะคงอยู่ตลอดไป”น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงามสํานักพิมพ์ดีเอ็มจี

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คํานิยม “จากปากครูสู่มือศิษย์”

เพราะชำความคิด ความอร่อยของอาหารการกิน ย่อมมาจาก ครัวซึ่งมีผู้ปรุงรส และปลายลิ้นผู้ได้ชิมจึงชม เพราะชอบนั่นเอง ดุจดังคําคมคําคุณ ที่มีสาระ ครุกรุ่นอยู่ ย่อมมาจากประสบการณ์ที่สั่งสม และ ปลายทางหัวใจได้ชิมคําคุณนั้นๆ เกิดชอบใจ แม้เพียงวลีเดียว ย่อมอิ่มหนําค่ําเช้ามิวางวาย ยามเมื่อสุขผ่านไป ยามเมื่อทุกข์ผ่านมา ย่อมมี เพื่อนที่ปรึกษา อะไรเล่าจะดีเท่ากับหนังสือที่มี คําคมที่เป็นคุณนั่นเชียว

เพราะชำความคิด

เพราะชำความคิด ได้รับหนังสือ “เพาะชําความคิด” เล่ม กะทัดรัดที่ ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ จัดทําขึ้น จากฝีปากครูสู่ปลายมือของท่านยังไม่สะดวกอ่าน

ในตอนนั้น เพราะอยู่ในที่มีแขกเหรือในการสัมมนา เพียงสัมผัสด้วยตาก็อยากเปิดดูเป็นกําลังด้วยรูปเล่ม มีมาตรฐานไม่เหมือนหนังสือพระสงฆ์องค์เจ้า ทั่วไป นึกชมเชยทั้งที่ยังไม่เห็นเนื้อใน แต่เชื่อใจว่า นี้คือจานหมึกจากสมองและสองมือ เป็นการแสดง ถึงความเป็นผู้ใฝ่ดี และแสดงความดีนั้นให้ปรากฏ ประจักษ์แจ้ง

ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เกิด ในเมืองสุวรรณภูมิ แต่ไปเติบใหญ่ในพุทธภูมิ ใน ฐานะทาสแห่งพระมหาบุรุษสิทธัตถะราชกุมาร ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดย พระองค์เอง ท่านมหาเป็นหนึ่งของผู้ยอมถวาย หยาดเหงื่อแรงงานให้พระศาสดาผู้ตั้งศาสนาด้วย เศียรเกล้า ณ สํานักวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้ ศึกษาสืบค้นความเป็นภารตวรรษ จากอิฐหัก กากปูน จนรู้รสของอินเดียเป็นตู้พระไตรปิฎก ให้ศึกษา จนหยิบจับรับปริญญาโท เอก จาก มาให้ถิ่นสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเดลี ติดมือ ติดปาก ติดสมอง กลับท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ได้แสดง จุดยืนที่แน่นหนักปักลงพื้นถิ่นชนบท

บทนาดอน ใช้ความสามารถหว่านเมล็ดพุทธธรรบ

ในตอนนั้น เพราะอยู่ในที่มีแขกเหรือในการสัมมนา เพียงสัมผัสด้วยตาก็อยากเปิดดูเป็นกําลัง ด้วยรูปเล่ม มีมาตรฐานไม่เหมือนหนังสือพระสงฆ์องคเจ้า ทั่วไป นึกชมเชยทั้งที่ยังไม่เห็นเนื้อใน แต่เชื่อใจว่า นี้คือจานหมึกจากสมองและสองมือ เป็นการแสดง ถึงความเป็นผู้ใฝ่ดี และแสดงความดีนั้นให้ปรากฏ ประจักษ์แจ้ง

ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เกิด ในเมืองสุวรรณภูมิ แต่ไปเติบใหญ่ในพุทธภูมิ ใน ฐานะทาสแห่งพระมหาบุรุษสิทธัตถะราชกุมาร ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดย พระองค์เอง ท่านมหาเป็นหนึ่งของผู้ยอมถวาย หยาดเหงื่อแรงงานให้พระศาสดาผู้ตั้งศาสนาด้วย เศียรเกล้า ณ สํานักวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้ ศึกษาสืบค้นความเป็นภารตวรรษ จากอิฐหัก กากปูน จนรู้รสของอินเดียเป็นตู้พระไตรปิฎก

ให้ศึกษา จนหยิบจับรับปริญญาโท เอก จาก มหาวิทยาลัยเดลี ติดมือ ติดปาก ติดสมอง กลับมาให้ถิ่นสุวรรณภูมิผู้ศรัทธาได้อย่างเต็มกอบเต็มกํา จากหนังสือ “เพาะชําความคิด” ที่มอบให้เมื่อคราวไปเป็น ผู้บรรยายเปิดสัมมนา “ย้อนรอยพุทธวิถี ๑๕๐ ปี เมืองมหาสารคาม สู่พุทธพลิกโลก” ที่มหาวิทยาลัย มหาสารคาม นับเป็นหนังสือมือดีควรค่าแก่การ อ่านดู จนออกรสของสาระที่อร่อยนักและเป็น ประโยชน์โลดแล่น

ขออนุโมทนาสํานักพิมพ์ DMG มี คุณ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ผู้เป็นเจ้าสํานักที่เลือกนํามา จัดพิมพ์สู่โลกแห่งตัวอักษร ป้อนผู้ประสงค์สาระ แนวนี้ ซึ่งออกทันการณ์ทันต่อการนําไปช่วยพัฒนา จิตวิถีคิดของยุคปฏิรูป อันจะช่วยส่งผลให้ พุทธไทยดวงใจเดียว

ขอท่านผู้อ่านทุกท่านและสํานักพิมพ์ DMG จงเจริญด้วยกําลังการพิจารณาองค์ธรรม ด้วยสติปัญญา และให้ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ผู้ปรารภความเพียรให้เกิดการชุมนุม สาระธรรมแบบชาวโลก ชาวบ้าน ชาววัด จงรุ่งเรือง ด้วยศรัทธาของชนผู้ได้รับรสแล้วทุกประการ เทอญ

คํานิยม ท่าน ว.วชิรเมธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สามารถทําได้ หลายรูปแบบ เช่น สอนให้จํา ทําให้ดู อยู่ให้เห็น เย็นให้สัมผัส การเขียนเป็นรูปแบบหนึ่งของการ เผยแผ่ที่ได้ผลมาก การเขียนจัดอยู่ในการเผยแผ่ ประเภท “สอนให้จํา”

งานเขียนที่ดีนั้น อํานวยประโยชน์อย่าง อเนกอนันต์ มีอายุยืนยาวกว่าตัวนักเขียนหลายร้อย หรือหลายพันปี ดังนั้นผู้ที่มีฉันทะในการเผยแผ่ ด้วยการเขียน จึงควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง

ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เป็นผู้ที่มี ฉันทะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งด้วยการ พูดและการเขียน หากท่านยังเพียรมุ่งมั่นเดินบน เส้นทางนี้ต่อไป วันหนึ่งข้างหน้า ท่านจะกลายเป็น เพชรเม็ดงามของวงการเผยแผ่ได้อย่างไม่ต้อง สงสัย

งานเขียนที่ชื่อ “เพาะชําความคิด” ของท่าน นับว่าน่าอ่าน เพราะสั้นกระชับ ทุกถ้อยกระทงความ มีความหมายชวนให้คิด ชวนให้พิจารณา นับว่าเป็น มิติใหม่ของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างหนึ่ง ผู้เขียนจึงขออนุโมทนาไว้ ณ โอกาสนี้

  • ว.วชิรเมธี 5 สิงหาคม ๒๕๕๗

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่