เสน่ห์ของการคิดสั้นๆคํานําผู้เขียนสื่อความหมาย

เสน่ห์ของการคิดสั้นๆ ก็คือ การไม่ทันตั้งตัวได้คิดยาวๆ แต่การฝึกคิดสั้น ก็ใช้เวลาเดินทาง นานกว่าการคิดยาวเป็นไหนๆ
ลงทุนเพาะชําความคิด ผลผลิตที่งอกเงยออกมาจากสมอง กลับกลายเป็นต้นกอแห่งปัญญาน้อยๆ ความคิดแม้นไม่มีเสียง แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนโลกได้ เพาะชําความคิดดีๆ ไว้ วันหนึ่งคนตายจากไป แต่ธรรมอยู่เป็นอมตะภาพหนึ่งภาพ สามารถบรรยายได้หลายร้อยพัน เรื่องราว อยู่ที่ว่าเราใช้ตาดูหรือใช้หูฟัง ทว่าทุกครั้งที่มองเห็นภาพ หรือฟังธรรมชาติพูดบ้าง ใจของเรามักสัมผัสความรู้สึก บางอย่างได้เสมอ

เสน่ห์ของการคิดสั้นๆ 

เสน่ห์ของการคิดสั้นๆ  อันความคิดมนุษย์นั้น ช่างเป็นสิ่ง มหัศจรรย์แท้ เพราะความคิดนี้สามารถผลิตต่อม ความสุขก็ได้ สร้างบ่อความทุกข์ก็ได้ สร้างแรง บันดาลใจให้คนเดินตามก็ได้ ถ้าจะเปรียบเพาะชํา ความคิด ก็เหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งชื่อว่า “ต้นสัจธรรม เหล่ามนุษย์พากันค้นพบอยู่บนผืนนาโลก ต่างคน ก็เลือกเก็บเอาสิ่งที่ชอบ บางคนเก็บเอาเปลือก บางคน เก็บเอายอด บางคนเก็บเอากิ่ง บางคนเก็บเอาแก่น ทว่าผู้เขียนขอเลือกเก็บเอาเมล็ดพันธุ์มาเพาะชําไว้ บนผืนนาแห่งสติปัญญา คอยบ่มเพาะใส่ปุ๋ย วันละนิด รดน้ําจิตพรวนดินใจวันละหน่อย ด้วย หวังว่า “เพาะชําความคิดให้ชีวิตในวันนี้ จักผลิดอก ออกผลเป็นต้นปัญญาในวันหน้า”

ขอน้อมกราบขอบพระคุณท่านเจ้าคุณ อาจารย์พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และหัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล เจ้าคุณอาจารย์ผู้เป็น คุรุจีแห่งชีวิต ผู้เขียนเป็นหยาดเหงื่อที่ผ่านการเพาะชํา ศรัทธาและปลูกพันธุ์ปัญญาโดยตรงจากท่าน และท่านเป็นผู้ปั้นให้เป็นผลิตชนแบรนด์เนมจาก แผ่นดินพุทธภูมิโดยแท้

คํานําผู้เขียนเสน่ห์ของการคิดสั้นๆก็คือ การไม่ทันตั้งตัวได้คิดยาวๆ แต่การฝึกคิดสั้น ก็ใช้เวลาเดินทาง นานกว่าการคิดยาวเป็นไหนๆลงทุนเพาะชําความคิด ผลผลิตที่งอกเงยออกมาจากสมอง กลับกลายเป็นต้นกอแห่งปัญญาน้อยๆ ความคิดแม้นไม่มีเสียง แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนโลกได้ เพาะชําความคิดดีๆ ไว้ วันหนึ่งคนตายจากไป แต่ธรรมอยู่เป็นอมตะ

ภาพหนึ่งภาพ สามารถบรรยายได้หลายร้อยพัน เรื่องราว อยู่ที่ว่าเราใช้ตาดูหรือใช้หูฟัง ทว่าทุกครั้งที่มองเห็นภาพ หรือฟังธรรมชาติพูดบ้าง ใจของเรามักสัมผัสความรู้สึก บางอย่างได้เสมอขอกราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี พระนักปราชญ์แห่งยุคสมัย ผู้เป็น กัลยาณมิตรโดยธรรมที่เมตตาเขียนคํานิยม เพิ่มค่าควรต่อการชิมอ่านยิ่งนัก, คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อาจารย์หมอผู้ใจงาม ยอมวางมีดหมอ แล้วมากะเทาะเลาะเนื้อจนทะลุถึงกระดูกสัจธรรม ขออนุโมทนาถ้อยคําของคุณสมพงษ์ วรรณภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญในวงการวิทยุโทรทัศน์และเป็นจอมยุทธ์ เขียนหนังสือปรัชญาชีวิตที่มาเติมคํานิยม ชวนเชิญ ให้หนังสือมีรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น

ขออนุโมทนาสํานักพิมพ์ดีเอ็มจี โดย คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ที่ให้ความกรุณาไว้วางใจ เปิดโอกาสหนังสือ “เพาะชําความคิด” มาปลูกบน ผืนตาของนักอ่านทั้งหลาย ขอขอบคุณท่าน พระเอกชัย อรินทโม ที่เอื้อเฟื้อภาพจากคมเลนส์ ด้วยมุมมองส่องถึงแก่นธรรมะสาระภาพ

ขอให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายจงอิ่มอุ่นกับการ ชิมชมภาพ และขอให้จิตซึมซาบถึงสรรพรสแห่งสัจธรรมในเพาะชําความคิดกันทุกคนเทอญ“เพราะรู้ว่าชีวิตมันสั้น และความดีแบ่งปันกันได้

Life is Journeyแต่ละวันชีวิตของคนเรา มักจะมีช่วงจังหวะการเดินทางของความคิดที่เกิดจากเห็นโลกภายนอกแล้วสะท้อนถึงความรู้สึก อันเป็นสัจธรรมภายในอยู่เสมอ“เพาะชําความคิดจึงเป็นผลผลิตจากการเดินทางของกายกับจิต แล้วกลายเป็นความคิดที่ตกผลึกดังเล่มนี้คําคิดทั้งหมดนี้โดยเจตนาประสงค์ ก็เพื่อพร่ําสอนตนเองให้เกิดการตระหนักรู้ในสัจธรรมอย่างรู้เท่ารู้ทัน และมีชีวิตอิสระเรียบง่ายเพื่อเรียนรู้อยู่กับโลกตามความเป็นจริงนั้นเอง

Introduction to the author
The charm of short thinking is to not be able to think long. But practicing short thoughts It takes time to travel Longer than any length of thought
Invest, cultivate ideas The product that grows out of the brain Turned out to be a clump of little wisdom Though not sound But can change lives, change the world Cultivate good ideas. One day, people die. But the Dharma is immortal. One picture Can describe hundreds of thousands of stories that we use eyes to see or use headphones But every time you see the picture Or listen to nature, say something Our hearts often feel the feeling. Always something

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คํานิยม แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์

คํานิยม หากพูดถึงการศึกษาธรรมะ เราอาจนึกถึง ความน่าเบื่อ บางคนมองเป็นเรื่องล้าสมัย ไม่เชื่อมโยง กับสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะการฟังพระสอน ธรรมะมักจะทําให้รู้สึกเช่นนั้น

คํานิยม

คํานิยม จากการที่หมอมีโอกาสติดตามท่านเจ้าคุณ พระเทพโพธิวิเทศไปอินเดียหลายครั้ง ได้มีโอกาส รู้จักและฟังธรรมจากปากพระหนุ่มรูปหนึ่งที่มีวิธี สอนที่ตรึ่งสมาธิคนฟังให้อยู่กับหลักคําสอนของ พระพุทธองค์ได้ตลอดเวลา นอกจากจะสอนผู้ใหญ่ ให้สนุกในการฟังแล้ว ยังสามารถดึงความยากทาง ภาษาในคําสอนให้เข้าถึงจิตใจวัยรุ่น ลูกสาวหมอ ได้มีโอกาสติดตามหมอไปอินเดียสองสามครั้ง พระหนุ่มผู้นี้ คือผู้ที่สามารถตรึ่งสมาธิของเด็กได้ เป็นอย่างดี และเกิดการเพาะชําต้นกล้าแห่งธรรม

โลกในปัจจุบันดิ่งต่ําลงไปเรื่อยๆ การเข้า ถึงธรรมะจึงเป็นเรื่องยากขึ้น ภารกิจในการเผยแผ่

พระศาสนาของพระจึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เรื่องราว ในพระพุทธศาสนาสามารถถ่ายทอดให้ผู้ฟังเกิด ศรัทธา จึงเป็นเรื่องที่ยากตามไปด้วย

พระมหาอ้าย เป็นพระหนุ่มรูปหนึ่งที่ใช้ เวลาศึกษาพระธรรมและพุทธประวัติที่แดนพุทธภูมิ และมีศรัทธายิ่งในพระศาสนา มีพรสวรรค์ในการ ทําเรื่องยากให้ง่าย ทําเรื่องน่าเบื่อให้สนุก ที่สําคัญ ที่สุดคือ ทําให้กลุ่มวัยรุ่นสนใจในพุทธศาสนาเพิ่ม มากขึ้น

หนังสือ “เพาะชําความคิด” ในมือท่าน ผู้อ่านเล่มนี้จะอธิบายสิ่งที่หมออธิบายได้ดี มนุษย์ที่ เกิดในสังคมวัตถุนิยมย่อมยากที่จะเข้าหาธรรมะ การเพาะชําความคิดที่ใฝ่รู้ในธรรม จึงเป็นภาระที่ หนักยิ่งของพระสงฆ์ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะพบ ความน่าสนใจในหลักธรรมจากวิธีเพาะชําความคิด ของพระมหาอ้าย ผู้ซึ่งถ่ายทอดพระธรรมของ พระพุทธองค์ผ่านทั้งวาจาและตัวหนังสือได้เป็น อย่างดี

คํานิยมวันหนึ่งผมได้เดินทางไปประเทศอินเดีย มีโอกาสได้รู้จักกับพระมหาอ้าย ซึ่งมาบรรยาย ธรรม นําสาธุชนไปจาริกแสวงบุญ และมีความ คุ้นเคยกันดีตลอดมา วันนี้ท่านได้จัดทําหนังสือเพื่อ รวบรวมเอาข้อคิดดีๆ มาตีพิมพ์เป็นหนังสือให้ ทุกท่านได้อ่านกันเป็นเรื่องสั้น แต่ใช้เวลาเดินทาง ค้นหาอันยาวนานกว่าจะได้ครบ ๑ เล่ม มีความ เข้มข้นในเนื้อหา ทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อ ชี้นําชีวิต

ตัวอย่างเช่น บทที่ ๕ เป็นให้ดี บทที่ ๙ หลง บทที่ ๑๒ ถือ บทที่ ๑๕ บาง บทที่ ๓๗ อยู่ สบายไปสะดวก บทที่ ๖๓ พุทธพลิกธรรม บทที่ ๗๗ อารมณ์ และยังมีอีกหลายบทความที่น่าอ่าน น่าศึกษา น่าค้นหา ตลอดทั้งเล่ม เหมาะแล้วที่ พระมหาอ้ายได้เจริญรอยตามพระบรมศาสดา เป็นสุข เผยแผ่หลักธรรม เพื่อค้ําจุนหลักคิด ให้ชีวิต

คํานําสํานักพิมพ์ธรรมะมีอยู่ทุกที่ ความดีมีอยู่ทุกขณะ

หากเปรียบเทียบ “ชีวิตมนุษย์” กับ “ต้นไม้ ในปฐมวัย เราทุกคนก็คงไม่ต่างจากเมล็ดพันธุ์ เป็นหน่อเนื้อจากต้นใหญ่ มุ่งเหยียดกายเติบโตใน วิถีของตน เมื่อเข้าสู่มัชฌิมวัย วัยกลางคน ก็แผ่ กิ่งก้านสาขา เป็นร่มเงาให้สัตว์น้อยใหญ่ได้อยู่ อาศัย จนเวลาล่วงเลยก้าวเข้าสู่ชีวิตในบั้นปลาย ใบไม้เริ่มร่วงโรยตามกาล แต่ก็ยังส่งต่อประโยชน์ ให้โลกด้วยเมล็ดพันธุ์ของตน

หนังสือ เพาะชําความคิด เขียนโดย ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ท่านเป็นเมล็ดพันธุ์ แห่งพุทธองค์ เพราะท่านเป็นหนึ่งในพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ที่นําความรู้ความสามารถ ที่ได้เล่าเรียนจนถึงปริญญาเอก และเปรียญธรรม 5 ประโยค พร้อมจิตที่มุ่งสร้างคุณประโยชน์ให้ ถึงที่สุด โดยการทําหน้าที่เป็นพระวิทยากรใน

ดินแดนพุทธภูมิ อุทิศตนทํางานเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ พร้อมเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์ทางความคิดและจิต จน สุกงอมจากสัจธรรมความดีภายใน และสําเร็จผล เป็นการกระทําภายนอก หลอมรวมตกผลึกร่วง เป็น “ปัญญาแห่งชีวิต” ที่พร้อมเป็นเมล็ดพันธ์ อันสมบูรณ์ให้คนรุ่นหลัง หรือผู้อ่านได้นําไปใช้ใน ชีวิตจริง

หนังสือเล่มนี้ท่านใช้เวลามากกว่า ๒ ปี ใน การเดินทางแห่งความเพียร เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ดีที่สุดในชีวิตการทํางานทางด้านการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา โดยมีพระธรรมเป็นมวลมิตรระหว่าง ทาง จนสกัดเป็นคําคมสั้นๆ ที่กระตุกความคิด แต่งดงามในความจริง พร้อมภาพถ่ายที่สะท้อนถึง วิถีชีวิตที่ตื่น รู้ เบิกบาน มีความสุข บนวิถี อันประเสริฐที่มีรสพระธรรมชโลมโอบกอดให้หัวใจ ช่มเย็นทุกหน้าที่คุณเปิด เสมือนได้ร่วมเดินทาง

ไปทุกที่กับ “ภาพและความคิด” ที่ปรากฏใน ดังสือเล่มนี้ และมหัศจรรย์ที่สุด คือเราจะได้ เดินทางกลับสู่ทางภายใน ซึ่งเป็นสถานที่สงบเย็นยิ่งกว่าสถานที่ใดๆ ในโวก

เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาจากหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นสิ่งดีงามที่ส่งต่อ “จากรุ่นสู่รุ่น ด้วย “คําสอน และสัจธรรม” ที่เป็นอมตะของโลก เพื่อเพาะชํา “ต้นกล้าความคิด” ในหัวใจของคุณผู้อ่านให้เจริญ งอกงามสืบไป ดังวลีที่ว่า แม้ชีวิตมนุษย์จะสั้น แต่ความคิดดีงามจะคงอยู่ตลอดไป”น้อมคารวะทุกดวงจิตที่ดีงามสํานักพิมพ์ดีเอ็มจี

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คํานิยม “จากปากครูสู่มือศิษย์”

เพราะชำความคิด ความอร่อยของอาหารการกิน ย่อมมาจาก ครัวซึ่งมีผู้ปรุงรส และปลายลิ้นผู้ได้ชิมจึงชม เพราะชอบนั่นเอง ดุจดังคําคมคําคุณ ที่มีสาระ ครุกรุ่นอยู่ ย่อมมาจากประสบการณ์ที่สั่งสม และ ปลายทางหัวใจได้ชิมคําคุณนั้นๆ เกิดชอบใจ แม้เพียงวลีเดียว ย่อมอิ่มหนําค่ําเช้ามิวางวาย ยามเมื่อสุขผ่านไป ยามเมื่อทุกข์ผ่านมา ย่อมมี เพื่อนที่ปรึกษา อะไรเล่าจะดีเท่ากับหนังสือที่มี คําคมที่เป็นคุณนั่นเชียว

เพราะชำความคิด

เพราะชำความคิด ได้รับหนังสือ “เพาะชําความคิด” เล่ม กะทัดรัดที่ ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ จัดทําขึ้น จากฝีปากครูสู่ปลายมือของท่านยังไม่สะดวกอ่าน

ในตอนนั้น เพราะอยู่ในที่มีแขกเหรือในการสัมมนา เพียงสัมผัสด้วยตาก็อยากเปิดดูเป็นกําลังด้วยรูปเล่ม มีมาตรฐานไม่เหมือนหนังสือพระสงฆ์องค์เจ้า ทั่วไป นึกชมเชยทั้งที่ยังไม่เห็นเนื้อใน แต่เชื่อใจว่า นี้คือจานหมึกจากสมองและสองมือ เป็นการแสดง ถึงความเป็นผู้ใฝ่ดี และแสดงความดีนั้นให้ปรากฏ ประจักษ์แจ้ง

ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เกิด ในเมืองสุวรรณภูมิ แต่ไปเติบใหญ่ในพุทธภูมิ ใน ฐานะทาสแห่งพระมหาบุรุษสิทธัตถะราชกุมาร ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดย พระองค์เอง ท่านมหาเป็นหนึ่งของผู้ยอมถวาย หยาดเหงื่อแรงงานให้พระศาสดาผู้ตั้งศาสนาด้วย เศียรเกล้า ณ สํานักวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้ ศึกษาสืบค้นความเป็นภารตวรรษ จากอิฐหัก กากปูน จนรู้รสของอินเดียเป็นตู้พระไตรปิฎก ให้ศึกษา จนหยิบจับรับปริญญาโท เอก จาก มาให้ถิ่นสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเดลี ติดมือ ติดปาก ติดสมอง กลับท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ได้แสดง จุดยืนที่แน่นหนักปักลงพื้นถิ่นชนบท

บทนาดอน ใช้ความสามารถหว่านเมล็ดพุทธธรรบ

ในตอนนั้น เพราะอยู่ในที่มีแขกเหรือในการสัมมนา เพียงสัมผัสด้วยตาก็อยากเปิดดูเป็นกําลัง ด้วยรูปเล่ม มีมาตรฐานไม่เหมือนหนังสือพระสงฆ์องคเจ้า ทั่วไป นึกชมเชยทั้งที่ยังไม่เห็นเนื้อใน แต่เชื่อใจว่า นี้คือจานหมึกจากสมองและสองมือ เป็นการแสดง ถึงความเป็นผู้ใฝ่ดี และแสดงความดีนั้นให้ปรากฏ ประจักษ์แจ้ง

ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เกิด ในเมืองสุวรรณภูมิ แต่ไปเติบใหญ่ในพุทธภูมิ ใน ฐานะทาสแห่งพระมหาบุรุษสิทธัตถะราชกุมาร ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดย พระองค์เอง ท่านมหาเป็นหนึ่งของผู้ยอมถวาย หยาดเหงื่อแรงงานให้พระศาสดาผู้ตั้งศาสนาด้วย เศียรเกล้า ณ สํานักวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้ ศึกษาสืบค้นความเป็นภารตวรรษ จากอิฐหัก กากปูน จนรู้รสของอินเดียเป็นตู้พระไตรปิฎก

ให้ศึกษา จนหยิบจับรับปริญญาโท เอก จาก มหาวิทยาลัยเดลี ติดมือ ติดปาก ติดสมอง กลับมาให้ถิ่นสุวรรณภูมิผู้ศรัทธาได้อย่างเต็มกอบเต็มกํา จากหนังสือ “เพาะชําความคิด” ที่มอบให้เมื่อคราวไปเป็น ผู้บรรยายเปิดสัมมนา “ย้อนรอยพุทธวิถี ๑๕๐ ปี เมืองมหาสารคาม สู่พุทธพลิกโลก” ที่มหาวิทยาลัย มหาสารคาม นับเป็นหนังสือมือดีควรค่าแก่การ อ่านดู จนออกรสของสาระที่อร่อยนักและเป็น ประโยชน์โลดแล่น

ขออนุโมทนาสํานักพิมพ์ DMG มี คุณ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ผู้เป็นเจ้าสํานักที่เลือกนํามา จัดพิมพ์สู่โลกแห่งตัวอักษร ป้อนผู้ประสงค์สาระ แนวนี้ ซึ่งออกทันการณ์ทันต่อการนําไปช่วยพัฒนา จิตวิถีคิดของยุคปฏิรูป อันจะช่วยส่งผลให้ พุทธไทยดวงใจเดียว

ขอท่านผู้อ่านทุกท่านและสํานักพิมพ์ DMG จงเจริญด้วยกําลังการพิจารณาองค์ธรรม ด้วยสติปัญญา และให้ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ผู้ปรารภความเพียรให้เกิดการชุมนุม สาระธรรมแบบชาวโลก ชาวบ้าน ชาววัด จงรุ่งเรือง ด้วยศรัทธาของชนผู้ได้รับรสแล้วทุกประการ เทอญ

คํานิยม ท่าน ว.วชิรเมธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สามารถทําได้ หลายรูปแบบ เช่น สอนให้จํา ทําให้ดู อยู่ให้เห็น เย็นให้สัมผัส การเขียนเป็นรูปแบบหนึ่งของการ เผยแผ่ที่ได้ผลมาก การเขียนจัดอยู่ในการเผยแผ่ ประเภท “สอนให้จํา”

งานเขียนที่ดีนั้น อํานวยประโยชน์อย่าง อเนกอนันต์ มีอายุยืนยาวกว่าตัวนักเขียนหลายร้อย หรือหลายพันปี ดังนั้นผู้ที่มีฉันทะในการเผยแผ่ ด้วยการเขียน จึงควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง

ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เป็นผู้ที่มี ฉันทะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งด้วยการ พูดและการเขียน หากท่านยังเพียรมุ่งมั่นเดินบน เส้นทางนี้ต่อไป วันหนึ่งข้างหน้า ท่านจะกลายเป็น เพชรเม็ดงามของวงการเผยแผ่ได้อย่างไม่ต้อง สงสัย

งานเขียนที่ชื่อ “เพาะชําความคิด” ของท่าน นับว่าน่าอ่าน เพราะสั้นกระชับ ทุกถ้อยกระทงความ มีความหมายชวนให้คิด ชวนให้พิจารณา นับว่าเป็น มิติใหม่ของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างหนึ่ง ผู้เขียนจึงขออนุโมทนาไว้ ณ โอกาสนี้

  • ว.วชิรเมธี 5 สิงหาคม ๒๕๕๗

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่