จึงได้รู้ว่า

คุณค่าทางกายและจิตใจ

จึงได้รู้ว่า คุณค่าของคู่ครองนั้น คือ “ความเข้าใจ” “เงินตรา” เมื่อใกล้ถึงความตาย

จึงได้รู้ว่า

จึงได้รู้ว่า สมบัติข้างกายที่นําไปได้ คือ “บุญกุศล”“แข่งขัน” เมื่อถึงขีดเส้นชัยจึงได้รู้ว่า ความเพียรไม่หยุด คือ “ที่สุดรางวัล”

“ปริญญา” เมื่อสําเร็จการศึกษาจึงได้รู้ว่า คุณตํารากับครูตําตา คือ “เกรดปัญญา” “เฉกเช่น”

มีชีวิตอิสระ เฉกเช่น “บรรพชิต” ทําธุรกิจ เฉกเช่น “มหาเศรษฐี สร้างบารมี เฉกเช่น “พระโพธิสัตว์ เก่งพัฒนา เฉกเช่น

“จอมปราชญ์ ยอดฉลาด เฉกเช่น “บัณฑิตชน” บําเพ็ญตน เฉกเช่น “มหาบุรุษ” ทําดีสูงสุด เฉกเช่น “พระพุทธเจ้า”

เป็นตัวเรา เฉกเช่น “คนธรรมดา”ไม่สําคัญหรอกว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตในแต่ละวัน

ขอเพียงให้เรานั้น “คิดดี” กับทุกกิจที่กระทํา“พูดดี” กับทุกสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง“ทําดี” กับทุกญาติพี่น้องที่ร่วมโลก เพราะสายบุญแห่งความดี “เริ่มที่ตัวเรา”

Therefore know that the value of the partner is “understanding” “currency”
When near death

Therefore know that the side treasure that can be taken is “merit” “compete” when reaching the finish line, therefore know that perseverance does not stop is “the most reward”

“Degree” after graduation, so you know that Khun Tamara and Tam Ta are “intellectual grade” “like”

Live an independent life like “Pichit” doing business like “Billionaire builds prestige like” Bodhisattva Keng Phatthana like

“The great philosopher, wise, like” The Bundit “, performing as if” Maha Man “doing the highest good like” Buddha “

As ourselves, like “ordinary people”. It doesn’t matter that What will happen to life each day?

 Just let us “think good” with all activities that do “speak well” and all the related relationships “do good” with all the relatives who share the world. Because of the merit of goodness “Start with us”

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *