มือปรุง

คารวะมือครู คำสื่อความหมาย

๑. มือปรุง : ปรุงคําสอนให้ถูกจริตนิสัย ๒. มือป้อน ป้อนคําคิดให้กล้าตัดสินใจ ๓. มือปั้น ปั้นคนเก่งให้บริการสังคม ๔. มือปราบ : ปราบคนชั่วให้กล้ากลับใจ ๕. มือเปิด เปิดโอกาสทองให้ทิศทางชีวิต ๖. มือปรบ : ปรบสติสังคมให้ตื่นมาดูแลใจ ๗. มือป้อง ป้องกันภัยให้รอบทิศทาง ๘. มือเปลี่ยน : เปลี่ยนระบบงานให้เข้าระบอบคน ๔. มือปิด ปิดปัญหาให้เข้าสู่ “ปัญญาธรรม” “เมื่อต้องเจอ”อย่าสิ้นพลัง อย่ายอมแพ้ อย่าหวั่นไหว อย่าสยบ อย่าตอกย้ํา อย่าให้คุณค่า

มือปรุง

มือปรุง เมื่อต้องเจอความท้อแท้ เมื่อต้องเจอปัญหาน้อยใหญ่ เมื่อต้องเจอคลื่นกระทบ เมื่อต้องเจอสิ่งอยุติธรรม เมื่อต้องเจอคนล้มพลาดท่า เมื่อต้องเจอคนพาลไร้สติ9อย่าอวดทิฐิ เมื่อต้องเจอคําปราชญ์เตือน อย่าสูญสิ้น อย่าลืมเลือน ๆ เมื่อต้องเจอผู้เคยอุปการคุณเมื่อต้องเจอสิ่งไม่ได้ดังหวัง อย่ารีบตอบ อย่าเกลียดชัง เมื่อต้องเจอคนที่ไม่ชอบ อย่าอ่อนหัด

เมื่อต้องเจอสิ่งที่ไม่รู้ชัด เมื่อต้องเจอ“งานจริง”“สําคัญที่ใจ”ใจร้อน ทําให้เกิดกรรมเวร ใจเย็น ทําให้เกิดความนิ่ง ใจจริง ทําให้พบเพื่อนรักใจยักษ์ทําให้คนห่างหนี ใจดี ทําให้เจอความสุข ใจทุกข์ ทําให้เสียน้ําตา ใจกล้า ทําให้คนสู้ชีวิตใจอํามหิตทําให้ชะตาตกต่ํา ใจงาม ทําให้เจริญด้วยคุณ ใจบุญ ทําให้สังคมน่าอยู่ทําให้คนไม่ประมาทใจขาดทําให้หมด “ลมหายใจ”

“พระที่แท้จริง”พระไม่โลภไม่กินคือพระในโบสถ์ พระไม่โกรธไม่ชังคือพระพุทธเจ้าพระไม่บูดไม่เน่า คือ พระธรรม พระไม่ชําไม่เสีย คือ พระอริยสงฆ์ พระไม่หลงไม่โง่ คือ พระสติปัญญา พระไม่ด่าไม่ดี คือ พระเมตตาคุณ พระไม่สูญไม่สิ้น คือ พระบิดามารดา  “เป็นให้ดีเป็นผู้นํา ทําอะไรก็ต้องคิด เป็นบรรพชิต เห็นอะไรก็ต้องพิจารณา เป็นครูบาอาจารย์ พูดอะไรก็ต้องระวัง

เป็นดาราคนดัง เป็นประชาชน เป็นบุตรธิดาไปที่ไหนก็ต้องแคร์หมู่คน อาชีพอะไรก็ต้องเคารพกติกา อยู่ที่ไหนก็ต้องกตัญญพ่อแม่เป็นคนดีแท้พูดคิดทําอะไรก็ต้องมีสติ

“อย่าไป”อย่าไปคิดมาก ตราบวันนี้ยังมี “ลมหายใจ” อยู่อย่าไปเพ่งดูคนอื่น ตราบยังไม่รู้ “ทิศทางไป” ของตนอย่าไปสนคํานินทา ตราบที่เราไม่ได้เป็น “ดั่งเช่น” เขาลือเล่าอย่าไปป่าวประกาศ ตราบใดที่ยังไม่ “รู้แจ้งชัด” ในความจริงอย่าไปทิ้งเป้าหมาย ตราบที่ยังไม่ได้ใช้ “ความเพียร” พยายาม สร้างความไม่ถูกต้องบนความถูกใจจัก “อัปรีย์” บรรลัยในทุกที่ สร้างความถูกใจบนความถูกต้อง จัก “สวัสดี” มีชัยในที่ทั้งปวง

พยายาม “มอง” สิ่งรอบข้างบ้าง จะได้เห็นความ “ว่าง” ของอีกด้านหนึ่ง เพราะชีวิตนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ “ข้าง” เดียว “หลง”หลงทิศ ทําให้เสียเวลา หลงมายา ทําให้เสียจริต หลงผิดทําให้เสียคน หลงกล ทําให้เสียตัว หลงชั่วทําให้เสียใจ หลงใหล ทําให้เสียชาติ หลงอํานาจ ทําให้เสียสัจจะ หลงเสน่ห์ ทําให้เสียเชิง หลงระเริง ทําให้เสียสติ หลงอคติ ทําให้เสียโอกาส หลงประมาท ทําให้เสียธรรมทําให้เสียภาวะผู้นําหลงตาม 90“กรรมจริงๆ”ชาวบ้านเห็นแก่กิน นักการเมืองเห็นแก่โกง ข้าราชการเห็นแก่ เกียรติ นักปราชญ์เห็นแก่..กาม นักบวชเห็นแก่กทุกอย่างเลย “กงเกวียนกําเกวียน” ไฟที่ “จุด” เทียน เป็นบทเรียนสอนให้เรารู้ว่าสรรพชีวีเกิดมาแล้ว“ล้วน”มีความ“ดับ” เป็นที่สุด ๑๒“ถือ”ถือพวก ทําให้เสียข้าง ถือหาง ทําให้เสียหัว ถือตัว ทําให้เสียธรรม ถือตามทําให้เสียหลัก ถือศักดิ์ ทําให้เสียอิสระ ถือวิสาสะ ทําให้เสียนิสัย ถือฤกษ์ชัย ทําให้เสียเวลา ถือซะว่าทําให้ได้ “ปลง”

ดูหากผู้ใดใครคนหนึ่ง ประสงค์จะกตัญญูต่อพ่อแม่หรือใครๆ ที่เราปรารถนาอยากแสดงความดีตอบ “อย่ารอวัน อย่ารอว่าง อย่ารอรวย”เพราะทุกอย่าง “มันไม่แน่”

๑๔อยู่ใกล้นักปราชญ์ ไม่ฉลาดเลือก “ธรรมมงคล” กลับไปสนใจแต่ “วัตถุมงคลมัวแต่พากันค้นหาของขลัง และมัวแต่นั่งส่องพระภายนอกอยู่นั้น “พระภายในคือสติปัญญา” ไม่พากันค้นเอา“ความหลุดพ้น” จะมีได้อย่างไร

1. Hand-cooked: cook words to be mindful. Habits 2. Hand-feeders enter the mind to make decisions. 3. Hand-crafted people to serve society. 4. Buster: Conquer evil people to brave. 5. Open hands, open opportunities. Gold gives direction to life 7. Hand flap: Awake social consciousness to wake up to take care of your mind 6. Protect hands to prevent danger in the direction 6. Change hands: change work system to people “When I have to meet” Do not shake the powerful, never give up, do not beat reaffirms do not provide value.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *