คํานิยม “จากปากครูสู่มือศิษย์”

เพราะชำความคิด ความอร่อยของอาหารการกิน ย่อมมาจาก ครัวซึ่งมีผู้ปรุงรส และปลายลิ้นผู้ได้ชิมจึงชม เพราะชอบนั่นเอง ดุจดังคําคมคําคุณ ที่มีสาระ ครุกรุ่นอยู่ ย่อมมาจากประสบการณ์ที่สั่งสม และ ปลายทางหัวใจได้ชิมคําคุณนั้นๆ เกิดชอบใจ แม้เพียงวลีเดียว ย่อมอิ่มหนําค่ําเช้ามิวางวาย ยามเมื่อสุขผ่านไป ยามเมื่อทุกข์ผ่านมา ย่อมมี เพื่อนที่ปรึกษา อะไรเล่าจะดีเท่ากับหนังสือที่มี คําคมที่เป็นคุณนั่นเชียว

เพราะชำความคิด

เพราะชำความคิด ได้รับหนังสือ “เพาะชําความคิด” เล่ม กะทัดรัดที่ ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ จัดทําขึ้น จากฝีปากครูสู่ปลายมือของท่านยังไม่สะดวกอ่าน

ในตอนนั้น เพราะอยู่ในที่มีแขกเหรือในการสัมมนา เพียงสัมผัสด้วยตาก็อยากเปิดดูเป็นกําลังด้วยรูปเล่ม มีมาตรฐานไม่เหมือนหนังสือพระสงฆ์องค์เจ้า ทั่วไป นึกชมเชยทั้งที่ยังไม่เห็นเนื้อใน แต่เชื่อใจว่า นี้คือจานหมึกจากสมองและสองมือ เป็นการแสดง ถึงความเป็นผู้ใฝ่ดี และแสดงความดีนั้นให้ปรากฏ ประจักษ์แจ้ง

ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เกิด ในเมืองสุวรรณภูมิ แต่ไปเติบใหญ่ในพุทธภูมิ ใน ฐานะทาสแห่งพระมหาบุรุษสิทธัตถะราชกุมาร ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดย พระองค์เอง ท่านมหาเป็นหนึ่งของผู้ยอมถวาย หยาดเหงื่อแรงงานให้พระศาสดาผู้ตั้งศาสนาด้วย เศียรเกล้า ณ สํานักวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้ ศึกษาสืบค้นความเป็นภารตวรรษ จากอิฐหัก กากปูน จนรู้รสของอินเดียเป็นตู้พระไตรปิฎก ให้ศึกษา จนหยิบจับรับปริญญาโท เอก จาก มาให้ถิ่นสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเดลี ติดมือ ติดปาก ติดสมอง กลับท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ได้แสดง จุดยืนที่แน่นหนักปักลงพื้นถิ่นชนบท

บทนาดอน ใช้ความสามารถหว่านเมล็ดพุทธธรรบ

ในตอนนั้น เพราะอยู่ในที่มีแขกเหรือในการสัมมนา เพียงสัมผัสด้วยตาก็อยากเปิดดูเป็นกําลัง ด้วยรูปเล่ม มีมาตรฐานไม่เหมือนหนังสือพระสงฆ์องคเจ้า ทั่วไป นึกชมเชยทั้งที่ยังไม่เห็นเนื้อใน แต่เชื่อใจว่า นี้คือจานหมึกจากสมองและสองมือ เป็นการแสดง ถึงความเป็นผู้ใฝ่ดี และแสดงความดีนั้นให้ปรากฏ ประจักษ์แจ้ง

ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เกิด ในเมืองสุวรรณภูมิ แต่ไปเติบใหญ่ในพุทธภูมิ ใน ฐานะทาสแห่งพระมหาบุรุษสิทธัตถะราชกุมาร ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดย พระองค์เอง ท่านมหาเป็นหนึ่งของผู้ยอมถวาย หยาดเหงื่อแรงงานให้พระศาสดาผู้ตั้งศาสนาด้วย เศียรเกล้า ณ สํานักวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ได้ ศึกษาสืบค้นความเป็นภารตวรรษ จากอิฐหัก กากปูน จนรู้รสของอินเดียเป็นตู้พระไตรปิฎก

ให้ศึกษา จนหยิบจับรับปริญญาโท เอก จาก มหาวิทยาลัยเดลี ติดมือ ติดปาก ติดสมอง กลับมาให้ถิ่นสุวรรณภูมิผู้ศรัทธาได้อย่างเต็มกอบเต็มกํา จากหนังสือ “เพาะชําความคิด” ที่มอบให้เมื่อคราวไปเป็น ผู้บรรยายเปิดสัมมนา “ย้อนรอยพุทธวิถี ๑๕๐ ปี เมืองมหาสารคาม สู่พุทธพลิกโลก” ที่มหาวิทยาลัย มหาสารคาม นับเป็นหนังสือมือดีควรค่าแก่การ อ่านดู จนออกรสของสาระที่อร่อยนักและเป็น ประโยชน์โลดแล่น

ขออนุโมทนาสํานักพิมพ์ DMG มี คุณ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ผู้เป็นเจ้าสํานักที่เลือกนํามา จัดพิมพ์สู่โลกแห่งตัวอักษร ป้อนผู้ประสงค์สาระ แนวนี้ ซึ่งออกทันการณ์ทันต่อการนําไปช่วยพัฒนา จิตวิถีคิดของยุคปฏิรูป อันจะช่วยส่งผลให้ พุทธไทยดวงใจเดียว

ขอท่านผู้อ่านทุกท่านและสํานักพิมพ์ DMG จงเจริญด้วยกําลังการพิจารณาองค์ธรรม ด้วยสติปัญญา และให้ท่าน ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ ผู้ปรารภความเพียรให้เกิดการชุมนุม สาระธรรมแบบชาวโลก ชาวบ้าน ชาววัด จงรุ่งเรือง ด้วยศรัทธาของชนผู้ได้รับรสแล้วทุกประการ เทอญ

คํานิยม ท่าน ว.วชิรเมธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สามารถทําได้ หลายรูปแบบ เช่น สอนให้จํา ทําให้ดู อยู่ให้เห็น เย็นให้สัมผัส การเขียนเป็นรูปแบบหนึ่งของการ เผยแผ่ที่ได้ผลมาก การเขียนจัดอยู่ในการเผยแผ่ ประเภท “สอนให้จํา”

งานเขียนที่ดีนั้น อํานวยประโยชน์อย่าง อเนกอนันต์ มีอายุยืนยาวกว่าตัวนักเขียนหลายร้อย หรือหลายพันปี ดังนั้นผู้ที่มีฉันทะในการเผยแผ่ ด้วยการเขียน จึงควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง

ดร.พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ เป็นผู้ที่มี ฉันทะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งด้วยการ พูดและการเขียน หากท่านยังเพียรมุ่งมั่นเดินบน เส้นทางนี้ต่อไป วันหนึ่งข้างหน้า ท่านจะกลายเป็น เพชรเม็ดงามของวงการเผยแผ่ได้อย่างไม่ต้อง สงสัย

งานเขียนที่ชื่อ “เพาะชําความคิด” ของท่าน นับว่าน่าอ่าน เพราะสั้นกระชับ ทุกถ้อยกระทงความ มีความหมายชวนให้คิด ชวนให้พิจารณา นับว่าเป็น มิติใหม่ของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างหนึ่ง ผู้เขียนจึงขออนุโมทนาไว้ ณ โอกาสนี้

  • ว.วชิรเมธี 5 สิงหาคม ๒๕๕๗

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *